Uncategorized

Fuji GFX100RF

Fuji gfx 100 rf เป็นกล้อง range finder ที่มีขนาดเล็กตามที่กล้องประเภทนี้ควรจะเป็น ด้วยน้ำหนักราว 700 กรัม ในการออกแบบที่เรียบง่าย แต่อยู่บนพื้นฐานที่ใช้งานได้จริง 

ตัวกล้องใช้วิธี Milling หรือ ขึ้นรูปจากแท่งอลูมิเนียม เลยทำให้ top plate ด้านบนเป็นชิ้นเดียวกันทั้งแท่ง ซึ่งมีช่องเปิด หรือ จุดที่ไม่ทนทานน้อยมากๆ ไม่มีจอ LED ช่องไมค์ก็มีขนาดเล็ก

และเกิดจากเจาะอลูมิเนียมชิ้นเดียวกัน ใช้คำว่า ไม่มีส่วนที่ตัดปะ หรือ ขันน๊อตบนชิ้นงานเลย

ซึ่งเป็นกล้องตัวแรกของฟูจิที่ทำแบบนี้ เวลาจับถือจะรู้สึกถึงคำว่าเป็นก้อนเดียวกันจริงๆ  

ปุ่มกด และ ตัวควบคุมต่างๆบนกล้อง จึงมีการออกแบบและวางตำแหน่งได้ดีบนพื้นที่จำกัด

จุดหมุนที่จะรับละอองน้ำฝุ่น หรือความชื้นจริงๆมีแค่ปุ่มปรับฟังก์ชั่นหลัก 

กับปุ่มชดเชยแสง ตรงนี้ฟูจิเคลมว่าเป็น weather resistant เมื่อใส่ร่วมกับเลนส์ฮูดและฟิลเตอร์เซ็ตไม่แน่ใจ น่าจะแถมมาด้วยในกล่อง เป็นฟิลเตอร์ขนาด 49 มม 

ปุ่มของกล้อง ไม่เยอะเกินไป ไม่เล็กเกินไป ปุ่มไหนที่ควรจะต้องใช้บ่อย ก็ไม่ได้ทำออกมาแค่ให้ดูดี แต่ใช้ยาก 

และตัวเลนส์ก็ใส่ฟังก์ชั่นในการควบคุมมาให้ค่อนข้างดี เมื่อเข้าเมนูก็สามารถเปลี่ยนได้ตามใจชอบ

ภายใต้ดีไซน์ที่สวยงาม และเล็กกะทัดรัด ตรงนี้ยังรู้สึกว่าให้มาเยอะเกินไป จนบางทีไม่จำเป็น 

แต่คิดว่าน่าจะมีคนชอบ เพราะสามารถปรับข้ามไปข้ามมาตามที่เราถนัดได้ 

แต่โดยส่วนตัว ก็รู้สึกว่า แป้นชดเชยแสง ให้มาใหญ่ ใช้ง่าย เป็นสิ่งที่ควรได้รับคำชม เพราะสุดท้ายแล้ว

มันคือปุ่มที่ควบคุมการถ่ายให้เรียบง่ายที่สุด เพื่อให้ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ให้ตั้งใจถ่าย ตั้งใจมอง เหมือนที่ตัวกล้องพยายามจะสื่อสารออกมา 

เช่น ก้านโยกเพื่อปรับระยะครอป อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานง่ายมากๆ 

หรือจะใช้ก้านโยกด้านหน้าสามารถปรับให้ใช้ฟังก์ชั่นอื่นที่ต้องการได้ 

ใส่ปุ่มกดมาให้ตรงที่เป็นจุดหมุนของก้านโยก เพื่อเพิ่มความต้องการในการควบคุม 

และไม่เสียพื้นที่ที่ต้องใช้ปุ่มเพิ่ม 

ยิ่งการออกแบบปุ่ม quick menu นั้นทำได้ดี  เป็นปุ่มที่ใช้บ่อย จึงต้องอยู่ในตำแหน่งที่กดง่าย 

แต่ในตำแหน่งที่กดง่ายนั้น ก็จะเผลอโดนง่ายเช่นกัน การทำปุ่มให้ลึกลงไปจากผิวด้ามจับ 

ถือว่าเป็นการออกแบบที่ฉลาดและยังรักษาไว้ทั้งความสวยงามกับสะดวกในการใช้งานได้ลงตัว

โดยไม่ต้องละสายตาจากช่องมอง 

การออกแบบภายนอกทำได้ยอดเยี่ยมแทบทุกจุด การจับถือ ทำได้ดีสำหรับกล้องไซส์ขนาดนี้

กริปมือ พอมีพื้นที่ให้จับกำลังดี แต่เมื่อจับร่วมกับเลนส์ ก็ถือว่ามั่นคงขึ้นมากโข ดีจนไม่ต้องหากริปเพิ่ม เพราะถ้าใส่อะไรไปเลอะเทอะกว่านี้ คือจะหมดสิ้นวัตถุประสงค์ของกล้องไปเลย 

วัสดุที่ใช้ประกอบ แข็งแรง เป็นการและการสลักตัวหนังสือบนปุ่มต่างๆทำได้น่าประทับใจมากๆ 

แม้กระทั่งตัวปิด hot shoe ที่ออกแบบมาให้ปิดแนบสนิท เป็นสีและวัสดุเดียวกับบอดี้ เมื่อใส่แล้ว

ยังรักษาเส้นสายของตัวบอดี้ไว้ได้อย่างประทับใจ โดยไม่ต้องไปหาของแต่งเลย 

ช่องมองภาพทำได้ดีมากๆในเรื่องขนาดและการออกแบบสำหรับการใช้งานแบบคล่องตัว 

ไม่ยื่นออกมา วัสดุไม่สร้างความฝืดกับเสื้อผ้า ปุ่มปรับค่าสายตาไม่เกะกะ และยังใช้งานได้รวดเร็ว

ตัวช่องมองเป็น EVF ที่สามารถปรับค่าได้ทั้งความสว่าง โทนสี ความอิ่มสี และมีเซ็นเซอร์ ปรับการใช้งานแบบอัตโนมัติ และเลือกการเปิด ปิด ได้หลายแบบ

ปุ่มปรับ aspect ratio อันนี้ถือเป็นจุดที่ชอบที่สุด เพราะการปรับสัดส่วนภาพ 

ทำให้การมององค์ประกอบภาพเปลี่ยนไป สำหรับคนที่คิดว่า เอาไปครอปทีหลัง ก็ได้ อันนี้อ่านข้ามไปเลยก็ได้

สำหรับผม ตรงนี้ต่างจากการเอาไปครอปทีหลังอย่างสิ้นเชิง 

เพราะเมื่อสัดส่วนภาพเปลี่ยน การวางมุมก็เปลี่ยน การเลือกความสูงกล้องก็เปลี่ยน 

การเลือกฉากหน้า ฉากหลังก็เปลี่ยน หรือแม้กระทั่ง ตั้งสัดส่วนภาพใหม่ 

ก็ยังไปส่งผลถึงทางยาวโฟกัสที่เราอยากเปลี่ยนไปด้วยก็มี 

ถึงตรงนี้พอทั้ง 2 ฟังก์ชั่น คือ aspect ratio ทำงานร่วมกับ cropping frame มันเหมือน 

นั่งแช่อยู่สักมุมนึง แต่สามารถถ่ายรูปได้หลายๆแบบ ส่วนตัวคิดว่า เหมือนไม่เข้าท่าในตอนแรก 

แต่กลายเป็นสองอย่างที่ใช้บ่อยที่สุดในการทดสอบไปเลย 

สัดส่วนในการปรับมีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น 3:2 / 16:9 / 65:24 / 17:6 / 5:4 และอื่นๆ 

แต่ที่ใช้บ่อยที่สุดคือ 65:24 เพราะเป็นมุมที่ชอบมาโดยตลอด เพราะชอบถ่ายพานอรามา

พอมาถ่ายด้วย ratio จากกล้อง จึงยืนยันได้เลยว่า ทำให้การวางมุมถ่ายภาพ เปลี่ยนไปจริงๆ 

กล้องมีฟังก์ชั่น surround view ที่สามารถปรับเฟรมได้ทั้งโปร่งแสง หรือดำสนิท 

ทำให้การมองภาพในสัดส่วนต่างๆทำได้ชัดเจน ทำให้การถ่ายแบบเปลี่ยนสัดส่วน

ทำได้แบบสนุก ทำให้การหามุมถ่าย วางองค์ประกอบภาพเปลี่ยนไปเลย 

สายคล้องที่ออกแบบมาให้ใช้กับกล้องตัวนี้ ยาวเพียงพอที่จะสะพายเฉียงคาดหน้าอก สะพายไหล่ 

แล้วหยิบขึ้นมาใช้ หรือ สะพายกล้องกลับไปด้านหลังตอนยังไม่ถ่ายได้ลงตัวมาก 

ดูเหมือนจะถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบนี้จริงๆ เพราะคล้องคอก็จะยาวไป และสายหนาเกินไปที่จะพันข้อมือแต่ความยาวก็เพียงพอถ้าอยากถ่ายมุมต่ำด้วยการพับจอภาพถ่าย แล้วยังคล้องกล้องอยู่ที่คอ

จอหลังทำได้ บางเฉียบ เรียบสนิทไปกับบอดี้กล้อง ทำได้แข็งแรง ออกแบบตัวดึงจอออกเนียนไปกับ

ช่องเปิด USB C และ Mini HDMI แต่ปรับองศาได้แค่ก้มเงย คนถ่ายแนวตั้งอาจจะไม่ชอบใจนัก แต่ด้วยช่วงเลนส์ที่ให้มา การถ่ายแนวตั้งก็คงน้อยจริงๆ (ความเห็นส่วนตัว) 

เลนส์ 35 มม f 4.0 หรือเทียบเท่า 28 มม ในเรื่องทางยาวโฟกัส  ส่วน DOF ก็อาจจะใกล้เคียง f 3.2 บนฟูลเฟรม 

เลนส์ทำขนาดได้เล็ก กระทัดรัด และเข้ากับกล้อง 

ไม่ยาวจนเกะกะ แม้จะใส่ฮูดบังแสงแบบเหลี่ยม และ คล่องตัวมากขึ้นไปอีกถ้าไม่ใส่ฮูด

ซึ่งตรงนี้ในกล่องจะให้ตัววงแหวนมาอีกตัว ใส่แล้วจะดูเล็กขึ้นมาก แต่ไม่สามารถใส่ฟิลเตอร์ได้  

สามารถใส่กระเป๋ากล้องที่มีขนาดเล็กได้ ดึงออกมาใช้ได้สะดวกและรวดเร็ว 

ระยะถ่ายเมื่อเทียบกับระบบ 35 มม คือจะได้เทียบเท่าประมาณ 28 มม ซึ่งเป็นมุมค่อนข้างมาตรฐาน 

ไม่กว้างเกินไป ไม่แคบเกินไป แต่ถ้าบนสัดส่วนภาพแบบ 4:3 แล้ว ถือว่าเป็นมุมที่ให้

พื้นที่เล่าเรื่องของภาพได้สมบูรณ์มากขึ้น ถ้าเทียบกับสัดส่วนภาพแบบ 3:2 ประกอบกับเลนส์ถูกใช้

บนเซนเซอร์มีเดียมฟอร์แมท ก็ยังทำให้ภาพที่ได้ยังคงมิติภาพที่ดี 

หมุด 2 ตัวบนตัวเลนส์สำหรับการปรับรูรับแสงแบบรวดเร็ว อยู่ในตำแหน่งที่หมุนได้ง่าย 

และก็สั้นพอที่นิ้วจะไม่ไปเกี่ยวโดนโดยไม่ตั้งใจ ตรงนี้ถือว่าทำได้ดี และลงตัว ไม่ทำให้

เส้นสายของกล้องแย่ลง

แม้เลนส์จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม กำลังแยกขยายของชิ้นเลนส์ที่ทำได้ดีมากๆ

บนความละเอียด 102 ล้านพิกเซล ซึ่งจำนวนพิกเซลเยอะขนาดนี้ จะสามารถขยายจนเห็นข้อบกพร่อง

ของการถ่ายภาพได้มาก ทั้งการสั่นไหว ไปจนถึงคุณภาพเลนส์ 

แต่ความคมของเลนส์ทำได้ดีตัั้งแต่เปิดรูรับแสงกว้างสุดที่ F4.0 ไปจนถึง F22.0 ยังถ่ายทอดความคมได้ดี

จนไปถึงขอบภาพ และการออกแบบเลนส์ที่ได้ระยะลงตัว ทำให้ค่าความเพี้ยนจากการเลี้ยวเบน

มีผลกับคุณภาพของภาพค่อนข้างน้อย แต่เท่าที่ทดสอบ ที่ F16 น่าจะให้ค่าความคมได้ดีที่สุด 

ตรงนี้ต้องขอยอมรับว่าทำมาได้ประทับใจจริงๆ และสามารถควบคุมเรื่องแฟลร์และเรื่องความคลาดแสงได้ดี 

เรื่องการโฟกัสทำได้ค่อนข้างดีในทุกสภาวะแสง สามารถจับโฟกัสได้หลายแบบ แม้เป็นมุมกว้าง

ก็สามารถตรวจจับดวงตาของคนได้ดี ทำงานร่วมกับจอยสติ๊ก และ ระบบสัมผัสหน้าจอได้ดี 

ด้วยคุณลักษณะกล้อง การโฟกัสที่ทำได้ สำหรับผมถือว่าสอบผ่าน 

ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น จริงๆก็ต้องบอกว่า เป็นกล้องที่ให้ทุกอย่างมาค่อนข้างครบ และแขวนป้ายมาให้แล้ว่า ไม่ได้มาทำงาน … มาพักผ่อน มาช่วยฮีลใจ มาช่วยให้มีความสุข ทั้งเมื่อหยิบขึ้นมาถ่าย หรือนั่งมอง คะแนนเต็มสำหรับผมคือ วัสดุ การจับถือ หน้าตา ใช้คำว่า ลงตัว มีคลาส แข็งแรง เต็ม 10 ไม่หักเลย 

และการออกแบบเพื่อให้ “ มีความสุข “ ก็ทำได้ดีจริงๆ ไม่ใช่แจ้งว่า เอาไว้ทำนู่นทำนี่สารพัด แล้วทำไม่ได้ อันนี้คือ อยากพกไปไหนมาไหน เพราะมันสวย มันเบา และมันใช้สนุก ใช้ได้จริงๆ 

ช่วงเลนส์ใช้ได้สบายๆ ครอปแล้วยังมีพิกเซลเหลือๆไว้แต่งเล่นได้ และไฟล์ที่รับมรดกมาจากเซ็นเซอร์ 102 ล้านอย่าง GFX 100 II นั้น การันตีได้แบบไม่ต้องกังวล 

บทส่งท้าย 

ส่วนตัวคิดว่า GFX 100RF ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของตัวมันเองอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่คอนเซปท์ในการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การผลิต ไปจนถึงภาพรวมของตัวกล้อง ที่ออกมาตรงตามทีมงานที่ตั้งใจไว้ทุกอย่าง กล้องไม่สามารถทำอะไรแฟนซีได้มากนัก ถ่ายฉากหลังเบลอได้ไม่มาก ถ้าคิดว่าจะเอามีเดียมไปแล้วถ่ายลอยๆแบบปกติ ตัวนี้ไม่ได้ขนาดนั้น  / ความเร็วสำหรับสายสตรีทก็ไม่สุด 

แต่ถ้าคิดว่า มุม 35 หรือ 28 ของคุณ มันเป๊ะ มันแน่ … มันจะทำให้ภาพของคุณ สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้เลย 

………………………………………………………… 

ความเห็นส่วนตัว … เบื้องหลังการทดสอบ 

สำหรับผมกล้องที่รูรับแสงไม่ได้กว้างมากนัก ช่วงเลนส์ที่มีมาให้เทียบเท่า 28 มม บนฟูลเฟรม ซึ่งเป็นมุมเหมือนโทรศัพท์มือถือแบบมุมพื้นฐาน เป็นมุมที่เรามองแบบทุกวัน เดินเที่ยว มองจากกระจกหน้ารถ เป็นมุมที่แสนจะธรรมดา แม้จะให้ก้านครอปเพื่อเปลี่ยนทางยาวมาให้ แต่ก็คือเป็นดิจิตัลครอปซึ่งส่วนตัวแทบไม่ได้ใช้ แต่ไปใช้การปรับสัดส่วนภาพมากกว่า 

ช่วงทดสอบใน 1 เดือนแรก ต้องบอกตรงๆว่าเนื่องด้วยไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก และระยะทางจากการทดสอบกล้องคือไม่เกิน 15 กิโลเมตรจากบ้านเลย เพราะต้องดูลูก ซึ่งต้องขอขอบคุณฟูจิ ที่เข้าใจตรงจุดนี้ ซึ่งจริงๆทีมงานก็บอกว่า ค่อนข้างตรงตามคอนเซปท์ของกล้องจริงๆ คือเป็นกล้องสำหรับช่างภาพที่เกษียณตัวเองไปแล้ว แต่ยังพอถ่ายภาพอยู่บ้าง 555

ผมเดินทางไปที่เดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายๆครั้ง เพื่อพยายามถ่ายรูปให้พอใช้งานได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ายาก เพราะมุมที่ให้มากับกล้อง มันสร้างงานในแบบที่เราถนัดได้ยากเหลือเกิน พยายามหามุม หาความแตกต่าง หาจุดเด่น หาอะไรที่กล้องจะดูพิเศษกว่ากล้องอื่นๆ หลายวันผ่านไป ก็ยังไม่อิน กับสิ่งที่อยู่ในมือ 

จะทำยังไงดี … เป็นคำถามที่ถามตนเองทุกวัน 

แต่เช้าวันนึง อากาศดี แสงดี ในมุมเดิม … มุมซึ่งผมพยายามถ่ายมาหลายวัน ผมมองภาพข้างหน้า ไม่ขยับตัว ไม่เดิน เพราะเคยเปลี่ยนไปหลายมุมแล้วก็ยังรู้สึกมันไม่เป๊ะพอ ลูกเล่นไม่มากพอ มุมมันธรรมดาไป

ได้แค่นั่งมองว่า มันสวยนะ แต่ทำไมพยายามถ่ายแล้ว มันไม่สวยเหมือนที่เรานั่งมองอยู่ตอนนี้ … เอ้าแม่_เอ้ย 

คำตอบมันอยู่ตรงบรรทัดด้านบนนั่นแหละครับ … ความพยายามที่มากไป … ทำให้ละเลยสิ่งที่อยู่ตรงหน้า 

ไม่อยู่กับปัจจุบัน … ช่วงเวลาที่เห็นแล้ว อยากถ่ายรูปนั่นแหละ … เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดแล้ว 

กดชัตเตอร์ ก่อนความคิด เทคนิค กับความพยายามอื่นๆจะเข้ามาเปลี่ยนมุมนั้นไป

การทดสอบช่วงหลังๆ ผมถ่ายรูปสนุกขึ้นมาก … เพราะมุมที่เราอยากถ่าย ถูกบันทึกด้วยสัดส่วนที่เราอยากมอง

แค่นั้นก็มีความสุขในการถ่ายได้แล้ว

ส่วนความสุขที่มาเติมเต็มในตอนหลัง … ก็คือสเปคของกล้อง ที่ผมเคยพยายามจะดึงขึ้นมาเป็นจุดเด่นจนทำให้คิดอะไรไม่ออกนั่นแหละ 

ภาพที่อยากถ่าย … ถูกบันทึกด้วยไฟล์ที่ใหญ่ รายละเอียดดีไดนามิกเรนจ์ดี เลนส์คม กับโทนฟิล์มที่ชอบ … กลับมาฟินอีกที ก็ตอนเปิดบนจอใหญ่ๆนั่นแหละครับ 

แต่ถ้าเอาสเปคที่กล้องมี เช่น เลนส์เท่านี้ เซ็นเซอร์ขนาดนี้ ฟังก์ชั่นทำได้ขนาดนี้ … มานำหน้าการถ่ายแล้ว 

ทำให้ผมคิดอะไรไม่ออกเอาเหมือนกัน 

สำหรับผม … กล้องตัวนี้ มันทำให้การเรียงลำดับของความสุขในการถ่ายภาพ

มันกลับมาถูกต้องอีกครั้ง 

0 comments on “Fuji GFX100RF

Leave a comment